[Drabble - Dao Mu Bi Ji] 11 [ผิงเสีย]

posted on 11 Nov 2014 19:55 by macho-luglio in Writing directory Fiction
[Drabble - Dao Mu Bi Ji] 11 [ผิงเสีย]
 
 
 
macho_luglio
 
 
 
 
ยังไม่เคยเขียนฟิคด้วงมาก่อนเลย วันนี้ป๊อกกี้เดย์ ตรงกับวันคนโสดของจีน เลยปิ๊งพล๊อตขึ้นมาค่ะ สั้นๆ อ่านแล้วอย่าลืมเมนต์นะ ,,- -,, 
 
ปล. อัพจากมือถือ เจอคำผิดบอกเก๊าด้วยยยยยยย
 
 
"เถ้าแก่น้อยยังโสดไหมคะ" 
 

"ยายหนู! ไปถามผู้ใหญ่แบบนั้นได้ยังไง"
 

เสียงลูกค้าพ่อลูก ทำให้อู๋เสียเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ เคาะปากกาในมือเล่นสองสามที โบกมือเป็นเชิงไม่ถือสาและยิ้มตอบ "ใช่ครับ"
 

"กะแล้วไม่ผิด คนที่เปิดร้านจนถึงเวลานี้ในวันนี้ ต้องโสดแน่ๆ โอ๊ย! ป่าป๊าดึงผมหนูทำไม" เด็กหญิงอายุราว 10 ขวบส่งเสียงไม่หยุด...เป็นวัยที่กำลังไร้เดียงสาและกล้าพูดอยู่แล้ว
 
 
"ไอ้วันคนโสดบ้าบออะไรนั่นใช่ไหม เถ้าแก่น้อยเขาโตป่านนี้แล้วไม่นิยมไปกับเทศกาลของวัยรุ่นหรอกน่า" คนเป็นพ่อดุเสียงขุ่น กระตุกหางเปียลูกสาว เหมือนลงโทษแต่ไม่ได้หนักอะไรนัก
 

อู๋เสียสะดุ้งนิดๆ แม้จะถูกเรียกว่าเถ้าแก่น้อยอยู่เสมอ แต่ความจริงเขาอายุไม่น้อยตามคำเรียก พอนึกขึ้นได้ก็ยอกใจแปลกๆ 
 

"น่าๆ อย่าดุแกเลยครับ เด็กช่างคิดช่างสังเกตอย่างนี้เป็นเรื่องดี" เจ้าของร้านเห็นว่าสงบศึกพ่อลูกได้แล้ว จึงชวนเด็กน้อยคุยต่อ "อายังโสดจริง แต่ก็ไม่ได้ทำตามเทศกาล 'วันคนโสด' หรอกนะ...แล้ววันนี้มันมีความเป็นมายังไง"
 

เด็กหญิงยิ้มร่า ตอบอย่างตั้งอกตั้งใจ "วันที่ 11 เดือน 11 มันเหมือนเอาท่อนไม้มาเรียงต่อกัน เลยเรียกว่า วันGuanggun(ท่อนไม้) ค่ะ ประมาณว่าแข็งทื่อขึ้นคาน"
 

อืม...แข็งทื่อ ขึ้นคาน ฟังแล้วชวนให้นึกถึงใครบางคน...
 

"แล้ววันนี้เขาทำอะไรกันบ้างเหรอ" เขาถามต่อ 
 

"ออกไปช็อปปิ้ง ซื้อของให้ตัวเอง ไม่ก็ซื้อของให้คนที่แอบชอบ เผื่อว่าหมดวันนี้จะได้ไม่ต้องโสดอีกต่อไปไงคะ" เด็กน้อยหยิบขนมหลายกล่องออกมาจากกระเป๋าผ้าที่ถืออยู่ อวดให้ดู "หนูเองก็ซื้อไว้แล้ว"
 

"ยายหนู....แก่แดดนัก"  ผู้เป็นพ่อทำเสียงอ่อนใจ แต่แอบอมยิ้มเอ็นดู
 

"เหรอ อาไม่ได้ออกไปช็อปปิ้ง อย่างนี้สงสัยต้องโสดไปอีกนานแน่ๆ"  แกล้งถอนหายใจอย่างโศกเศร้า แต่ในใจแอบขำอยู่
 

"คุณอาจะโสดไปอีกกี่ปีเหรอคะ"
 

อู๋เสียชะงัก....
 

เขาไม่เคยโดนถามแบบนี้มาก่อน ไม่เคยคิดด้วย เพราะเรื่องจะโสดหรือมีคู่ไม่ใช่เรื่องที่จะกำหนดได้ด้วยตัวคนเดียวเสียหน่อย
 

แต่ว่า...
 

หัวใจกลับคำนวนเลขออกมา
 
 

"10ปี...หรืออาจจะ 11ปีมั้ง"
 
 

จงใจเพิ่มไปอีก 1ปี เป็นเลขพ้องกับวันนี้ ให้ดูเหมือนไม่ตั้งใจตอบ
 
 

"อะไรกัน ล้อหนูเล่นสินะคะ" เด็กหญิงทำหน้ามู่ แต่เพราะเห็นความเศร้าบนใบหน้าของคุณอาหรืออย่างไร มือน้อยๆจึงยื่นกล่องขนมมาให้  "หนูให้นี่ค่ะ 'ป๊อกกี'้ นี่ก็กำลังฮิตนะ เป็นเทศกาลของทางญี่ปุ่นเขาล่ะ"
 

"เอ๊ะ มีอะไรแปลกๆอีกแล้ว" อู๋เสียหัวเราะ เลิกคิ้วเป็นเชิงว่าเล่าให้อาฟังต่อซิ
 

"ป๊อกกี้ก็เหมือนเลข 1 ไงคะ ส่วนวิธีเล่นก็เอาป๊อกกี้ใส่ปากแล้วงับคนละด้านกับแฟน เสร็จแล้วก็จุ๊บๆ"
 

ถึงตรงนี้เตี่ยของยายหนูคงขี้เกียจรอ จึงตัดบทด้วยการจูงมือลูกสาว "อา...พอแล้วววว กลับบ้านเถอะๆ อยู่ไปคงเล่าโน่นนี่ไม่จบสิ้น"
 

"อ๊ะ อย่าลืมนี่ด้วยครับ" เถ้าแก่น้อยหยิบใบเสร็จที่เขียนอยู่เมื่อครู่ส่งให้ลูกค้า ก่อนจะเอ่ยลากับอีกคน "ขอบคุณสำหรับขนมนะ...ป๊อก....เอ๋...บนกล่องมันเขียนว่าฮอกกี้?"
 

เด็กหญิงเบนสายตาหนีแบบเขินๆ "ป๊อกกี้ของญี่ปุ่นมันแพง หนูเลยซื้อฮอกกี้ของจีนมาแทน"
 

อู๋เสียพยักหน้าอย่างเข้าใจ โบกมือให้สองพ่อลูกก่อนจะลับสายตา แล้วขำ...โอ๊ย...ชีวิตนี้เคยเจอวัตถุโบราณปลอมมาก็มาก เพิ่งจะได้ขนมยี่ห้อปลอมเป็นครั้งแรก
 

เขาแกะกล่องกระดาษออก ฉีกห่อสีเงินวาวด้านใน เทขนมออกมา....แท่งขนมปังกลมเคลือบช็อกโกแลตกลิ้งลงโต๊ะ คงเพราะยายหนูถือมาอย่างไม่ระวังเท่าไหร่ ขนมหลายแท่งจึงหักครึ่ง
 

ฮอกกี้ของจีน นอกจากจะปลอมแล้วปริมาณยังน้อยนิดสมราคาไม่กี่หยวน ลองเอาทุกแท่งมาเรียงแล้ว เหลือเต็มส่วนแค่ 2 แท่ง
 

อู๋เสียวางแท่งสั้นกุดไว้ด้านซ้าย ถัดมาตรงกลางวางแท่งเต็ม 2 แท่ง  อีก 2 แท่งด้านขวาลดหลั่นกันลงมา...ดูคล้ายรูปมือข้างขวาที่มีนิ้วชี้และกลางยาวผิดปกติ
 
 
เมินโหยวผิง...เจ้าเรือพ่วง เจ้าท่อนไม้ เจ้าคนนิ้วมือไม่เหมือนชาวบ้าน
 

เขาคิดถึง...ทุกสิ่งที่รับรู้ หากมีเพียงส่วนน้อยนิดที่คล้าย เขามักจะโยงเข้ากับอีกฝ่ายเสมอ...
 

วันนี้อากาศเย็นราว19องศา แต่ปลายนิ้วเขาสั่นเล็กน้อยเหมือนอยู่บนฉางไป๋ซานเมื่อหยิบขนมแท่งยาวที่สุดส่งเข้าปาก...จินตนาการถึงครั้งที่เคยขบกัดเล่นยามเมินโหยวผิงสอดนิ้วยาวๆเข้ามาในปาก...
 

หากได้เจออีกครั้งเขาจะกอดอีกฝ่ายไว้...แล้วบังคับให้เล่นเกมป๊อกกี้
 

ใบหน้าเฉยเมยนั้น จะต้องเผลอยิ้มให้เขาเหมือนครั้งที่จูบกันครั้งแรก
 

และเขาจะแกล้งงับขนมจนริมฝีปากชิด...กัดอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน...
 

อู๋เสียหัวเราะกับตัวเอง อยู่ดีๆก็อยากสะสมป๊อกกี้เอาไว้...เลือกรสแปลกๆ เลือกที่เมืองจีนไม่มีขาย จะได้ทดลองชิมกับอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ...
 

เขามีเวลาอีกตั้ง 10 ปี
 

หางานอดิเรกทำฆ่าเวลาระหว่างยังโสดก็ดีไม่น้อย
 
 
 
 

...ปลายฟันหักชิมขนมหวาน ขณะที่น้ำตาเค็มจัดไหลผ่านริมฝีปากไปพร้อมกัน...
 


End
 
จาก มาช้วยด้วงมือใหม่ที่รักเทียนเจินอู๋เสีย <3