[VD] Name your Baby.

posted on 19 Jan 2012 12:48 by macho-luglio  in VD
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
ฟิคตอนแรกของ VD อย่างเป็นทางการค่ะ หลังจากรู้ว่าผ่านก็ขอฮันเหมโครเลย เยเยเย *ทำนองเทยเที่ยวไทย*
 
อนึ่ง...เพราะเป็นตอนแรก มีอะไรในหัวที่อยากยัดอยู่เต็มไปหมด...ฟิคจึงออกมา...ยาว...มาก...(12หน้าแบบเคาะ2ที) เราเข้าใจท่านผู้อ่านค่ะ ทยอยอ่านผ่อนก็ลายน่อ Tongue out (เครดิตแพนด้าซัง ก๊ากกก)
 
แนะนำกันเสร็จในตอนนี้ ต่อไปคงกระชับกว่าเดิม สั้นลง....สั้นลง....แล้วกุด (ม่ายยยย orz)
 
 
 
แขกรับเชิญ : Gaspar Ramirez
 
 

[VD] Name your Baby.

 

 

ฝนเริ่มตกหรือกำลังจะหยุดตกก็ไม่ทราบได้เมื่ออัลฟาโรมิโอจอดสนิทหน้า Rowhome สี่ชั้นหรูหรา

 

ฝั่งซ้ายของรถเทียบตรงกับทางเดินสู่ตึก หลังกระจกสีทึมปรากฎโครงหน้าขาวกระจ่างของสุภาพสตรีอยู่ลางๆ... เตียเร ซานโตเน่ มีอาชีพเป็น ‘คุณผู้หญิง’ หน้าที่ของเธอไม่ใช่การเปิดประตูเอง แต่เป็นการรอ ‘คุณผู้ชาย’ ที่ลุกจากเบาะคนขับ กางร่มกันฝนและเดินข้ามมารับเธอลงจากรถ

 

ประตูปีกนกเผยอขึ้นอย่างนุ่มนวล คัทชูส้นเตี้ยสีดำเหยียบบนถนนชื้นฉ่ำ คุณผู้ชายเอื้อมมือมาจับท่อนแขนเรียวของเธอเอาไว้ ประคองร่างอุ้ยอ้ายเพราะกำลังตั้งครรภ์ขึ้นมาอย่างเบามือ อันที่จริงเธอแข็งแรงและสามารถลุกขึ้นจากรถได้ด้วยตัวคนเดียว แต่ไม่อยากให้การเอาใจใส่ของสามีต้องเสียเที่ยว จึงปล่อยให้เขาดูแลและยิ้มน้อยๆตามประสาภรรยาที่ดี

 

ลมฝนของเวนเลสทำให้ผมดัดเป็นลอนอ่อนๆของคุณผู้หญิงพลิ้วไปมาเหมือนคลื่นทะเลสีดำสนิท ในวัย 30 ปี เธอยังดูสวยด้วยผิวพรรณเนียน นัตน์ตาสีฟ้าอมเทาวาวแสงและริมฝีปากอิ่มสุขภาพดี เตียเรสวมชุดคลุมท้องสีน้ำตาลทองยาวเสมอเข่า แต่งไหล่ด้วยผ้าลูกไม้สีขาว เป็นภรรยายังสาวที่น่าภูมิใจของ โรแบร์โต ซานโตเน่ เจ้าพ่อวัย 50 ปี ในชุดสูทและหมวกแบรนด์ดังเครื่องหมายการค้าของมาเฟีย เขาไว้หนวดและเคราทรง Short boxed และมีตราสัญลักษณ์คือแผลเป็นพาดยาวตลอดหน้าผาก โรแบร์โตกางร่มและให้เธอควงแขน เตียเรคิดทุกครั้งว่ามันเหมือนการโหนมากกว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็ก เขาต่างหากที่สูงใหญ่เกือบสองเมตร  ความต่างของอายุและร่างกาย ทำให้ถูกเข้าใจผิดบ่อยๆว่าเป็นพ่อกับลูกสาว แต่นั่นไม่ส่งผลอะไรต่อการครองคู่

 

เสียงกริ่งดังก้องหน้าบันได หากข้างในบ้านคงแผดดังยิ่งกว่า  สองสามีภรรยายืนรอ

 

ครู่หนึ่งประตูจึงแง้มออกมา ชายที่ย้อมผมดำปนทองออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าเรื่อยเฉื่อย

 

“สวัสดีครับ” คำทักทายมาสั้นๆ

 

“ซานโตเน่”  โรแบร์โตถอดหมวกออก แนะนำตัวด้วยชื่อที่เป็นทั้งของเขาและเธอ พร้อมยื่นมือขวาออกมาให้จับทักทาย

 

“รามิเรซ...กัสปาร์ รามิเรซ” อีกฝ่ายจับมือตอบพอเป็นพิธี ดันประตูให้กว้างขึ้นและเบี่ยงตัวเปิดทาง “เชิญด้านใน”

 

เจ้าของบ้านพาแขกทั้งสองมายังห้องหนึ่ง เชิญให้นั่งลงบนโซฟาชุด....ไม่มีน้ำดื่มรับรอง และทางผู้มาเยือนก็ไม่ต้องการ กัสปาร์นั่งลงฝั่งตรงข้ามพร้อมกับที่โรแบร์โตเริ่มบทสนทนา

 

“อย่างที่คุยกันทางโทรศัพท์เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมต้องการให้คุณช่วยดูแลเมียของผม”  ชายสูงวัยกว่าผายมือไปยังคนที่นั่งข้าง และเลื่อนมือกลับมาหาคนตรงหน้า “ด้วยค่าตอบแทนที่คุณต้องการ”

 

กัสปาร์กวาดสายตามองกลุ่มผมสีขาวที่ขึ้นแซมผมดำของชายตรงหน้า แล้วหันไปหาหญิงสาวที่นั่งข้างๆ คะเนอายุที่ห่างกันของคนทั้งคู่ เก็บเอาไว้ในใจแล้วถาม  “ผมทราบว่าคุณเป็นใครแล้ว แต่เรื่องดูแล...หมายถึงให้เป็นบอดี้การ์ดหรือเปล่า”

 

“ไม่ใช่หรอกค่ะคุณรามิเรซ แค่คอยสอดส่องว่าฉันยังอยู่ดี ไม่ต้องคอยประกบทุกฝีก้าว”  เตียเรยิ้มให้อีกฝ่ายเบาใจ  “และงานนี้จะไม่กระทบงานหลักของคุณเด็ดขาด....หรือจะทำพร้อมกันก็ได้ ยังไงคุณก็ ‘เห็น’ ทั้งเมืองอยู่แล้ว”

 

หัวเข่าของชายหนุ่มเริ่มขยับและเขย่าเป็นจังหวะ...อาจจะเป็นนิสัยเฉพาะเวลาขบคิด คงกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะรับทำงานนี้ดีหรือไม่ ผ่านไปหลายอึดใจ คำถามก็ตามมา  “ทำไมถึงอยากจ้างผม”

 

โรแบร์โตยิ้ม ลงมีคำถามแบบนี้แสดงว่าใจรับงานไปแล้วครึ่งหนึ่ง  “ผมขอบอกตามตรงว่าระหว่างหาซื้อบ้านก็มองหาคนทำงานให้ด้วย คุณสมบัติเบื้องต้นคืออาศัยอยู่ในเวนเลสเหมือนกัน มีเวลาว่างพอจะแวะมาดูความเป็นอยู่ หรือช่วยเหลืออะไรเล็กๆน้อยๆ...เราก็สืบประวัติคุณมานิดหน่อย และคุณคือตัวเลือกที่ดีที่สุด...เพื่อความเท่าเทียม คุณอยากถามอะไรพวกเราบ้างไหม ถือเป็นการรู้จักกันมากขึ้น”

 

กัสปาร์ท่าทางเรื่อยๆ แต่ในดวงตาของเขามีความสงสัย และไม่ทิ้งโอกาส “คุณมาดูที่ทางแล้ว  น่าจะดูออกด้วยว่าไม่ใช่ที่น่าอยู่สำหรับคุณผู้หญิงตัวคนเดียว”

 

คำถามนี้เล็งมายังโรแบร์โต เขาหัวเราะเบาๆ  “ก่อนอื่น อย่าได้เข้าใจผิดว่าผมจะเอาเตียเรมาปล่อยทิ้งหรือคิดร้าย...ที่นี่ไม่ปลอดภัย ผมรู้ดี แต่อย่างน้อยก็อยู่สบายกว่าซิซิลีที่กำลังจะเกิดสงคราม...สงครามแบบที่ชาวเมืองทั่วไปอาจจะถูกลูกหลง แต่กระสุนที่พุ่งใส่ครอบครัวของผมจะไม่พลาดเป้า”

 

“เวนเลสเต็มไปด้วยอาชญากร ไม่ต่างกับที่ซิซิลีหรอก” เตียเรยิ้มเหมือนพูดถึงดินฟ้าอากาศธรรมดาๆ “ต่างกันตรงที่บ้านเกิดทุกคนรู้จักฉัน....แต่คนที่นี่น่าจะเห็นฉันเป็นเมียน้อยของเศรษฐีซักคนในแอนลิงก์ ไม่ได้มีส่วนสำคัญในวงอิทธิพลอะไร”

 

“จะไม่มีใครรู้ว่าคุณเป็นบ้านเล็กที่กำลังจะให้กำเนิดทายาท”  กัสปาร์พยักหน้า

 

เจ้าพ่อใหญ่กระแอมขัดจังหวะ “ขอแก้ความเข้าใจสักหน่อย เตียเรเป็นเมียหลวงน่ะ คนแรก คนเดียว”

 

“ขอโทษด้วย” กัสปาร์พยักหน้าอีกหน แววตาใคร่รู้ แต่ไม่ถาม

 

หญิงสาวคนเดียวในห้องยิ้มบาง....ชักถูกใจกับพฤติกรรมของคุณรามิเรซคนนี้ ความอยากรู้คือข้อดี แต่ไม่ถามพร่ำเพรื่อคือฉลาด...เตียเรลูบฝ่ามือลงบนหน้าท้องนูนโตของตนเอง ขณะที่แววตากระจ่างใสมองสบคนที่เลือกแล้ว

 

“เห็นแก่ผู้หญิงท้องแก่ไร้เพื่อนคุย...ช่วยรับงานนี้เถอะนะคะ”

 

อีกฝ่ายเงียบไป....เขย่าเข่าอยู่หลายอึดใจ ในที่สุดก็ตอบกลับมาอย่างสุภาพ  “ตกลงครับ”

 

“ขอบคุณจริงๆ”  โรแบร์โตพยักหน้า หยิบสมุดเช็คในกระเป๋าสูทออกมาเซ็นอนุมัติเงินอย่างรวดเร็วแล้วยื่นให้กัสปาร์ 

 

ยามที่รับงานพิเศษถือเช็คเอาไว้ในมือ ตรวจดูจำนวนเงินก่อนจะถาม  “เป็นเงินมากพอดูนะ หน้าที่ของผมมีแค่คอยตามดูคุณผู้หญิงแน่เหรอ”

 

“แค่ดูก็พอค่ะ หน้าที่หลักของคุณคือแจ้งไปยังโรแบร์โตในกรณีฉุกเฉิน ส่วนการคุ้มกันอื่นๆดิฉันมีคนเรียกใช้และดูแลตัวเองได้ คุณไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเสี่ยงอันตรายอะไร”  เสียงที่ตอบกลับนั้นไร้แววเสแสร้ง เตียเรค่อยๆลุกยืนโดยมีสามีประคอง เธอยื่นกระดาษอีกแผ่นมาให้  “นี่เป็นเบอร์โทรบ้านใหม่ของฉัน เรามีเวลาอยู่คุยกันไม่มากเพราะโรแบร์โตต้องรีบกลับไปทำงาน  ถ้าไม่รังเกียจก็แวะไปดื่มน้ำชาที่บ้านฉันนะคะ”

 

ชายหนุ่มตรงหน้ารับกระดาษเอาไว้แล้วเอ่ยเสียงเบา “ขอบคุณ” 

 

“คะ??”  เตียเรเลิกคิ้วสูง ยิ้มเก้อๆอย่างไม่เข้าใจ

 

“เขาบอกว่าขอบคุณน่ะ”  โรแบร์โตทวนคำให้ด้วยเสียงชัดเจน ก่อนจะหันมาอธิบาย “เกือบลืมบอกเรื่องสำคัญคุณไป เมียผมหูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เวลาคุยกับเธออย่าใช้เสียงเบาเกิน”

 

กัสปาร์ยิ้มตอบนายจ้างใหม่ และเดินมาส่งที่หน้าประตูบ้าน

 

0-0-0-0-0-0-0-0-0

 

อัลฟาโรมิโอติดเครื่องได้ไม่ถึง 5 นาที ก็ดับเครื่องลงอีก คราวนี้มาจอดตรงหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นสีขาวหลังที่สอง...โครงบ้านส่วนใหญ่ยังเป็นแบบเดิม แต่ต่อเติมดาดฟ้าเพิ่ม ทำให้มีจุดต่างจากบ้านอีกสามหลังที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ในบริเวณรั้วถูกตกแต่งด้วยน้ำพุและรูปปั้น พื้นหินกันลื่นสีเทาอย่างดีปูแน่นทุกตารางฟุต...ไม่มีประโยชน์ที่จะเว้นพื้นดินไว้ปลูกต้นไม้ ในเมื่ออากาศเลวร้ายขนาดนี้

 

โรแบร์โตกางร่มออกจากรถ เดินอ้อมมาประคองเมียสาวอีกครั้ง ดูเหมือนฝนจะทำให้เขาหัวเสียนิดหน่อย “ตกได้ตกดี ถ้าเธอลื่นล้มขึ้นมาจะทำยังไง”

 

“โถ...เวนเลสฝนตกทั้งปี คุณเลิกบ่นเรื่องนี้ไปได้เลย”  เตียเรหัวเราะ กระชับมือเข้ากับแขนของสามี “วันๆฉันคงอยู่แต่ในบ้าน แต่ถ้าออกมาจะระวังตัว”

 

“ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกบ้านก็ต้องระวังตัว” ฝ่ายสามีย้ำ พร้อมพยักหน้ารับการทักทายของลูกน้องกลุ่มใหญ่ที่มารออยู่ก่อน เขาเหลือบเห็นขบวนรถอารักขาหลายคัน จึงนึกเรื่องสำคัญได้  “แล้วรถล่ะ จะเก็บอัลฟาโรมิโอไว้ใช้รึเปล่า”

 

“ขืนมีชายหนุ่มอย่างโรมิโออยู่หน้าบ้าน จูเลียตคงถูกเพื่อนบ้านฆ่าตายเข้าสักวัน” หญิงสาวส่ายหน้า รถหรูเด่นสะดุดเกินกว่าจะจอดไว้  “ขอรถมือสองพอใช้ก็พอค่ะ”

 

ประตูหน้าถูกเปิดออกให้เจ้านายทั้งสองเข้าไป ก่อนจะปิดลงอย่างเงียบเสียง โรแบร์โตถอดหมวกแขวนไว้กับราวไม้ที่เป็นหนึ่งในชุดเฟอร์นิเจอร์แนวคันทรีสีสบายตา เครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นทุกอย่างติดตั้งพร้อม  ในบ้านชั้นล่าง หน้าสุดฝั่งซ้ายคือห้องนั่งเล่น ด้านหลังคือห้องครัวและห้องน้ำ ส่วนห้องนอนอยู่ฝั่งขวา เขาสั่งให้จัดไว้เพื่อที่ภรรยาไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดมาก และทำชั้นสองเป็นห้องเก็บของแทน

 

“สวยดีนะคะ”  เจ้าของบ้านคนใหม่เดินสำรวจช้าๆ “ขนาดพออยู่คนหรือสองคน ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป แถมทำเลก็ใช้ได้”

 

“ด้านหลังมีปราการเป็นหุบเขา กระจกทุกบานกันกระสุน...แต่มันไม่ได้กันคนเดินเข้ามาหรอกนะ” ชายสูงวัยเดินตามภรรยา มือใหญ่โอบไหล่ของเธอไว้แล้วบีบเบาๆ “ระวังคนทุกคนที่เข้ามา ไม่ใช่ว่าหน้าตาถูกใจก็คุยกับเขาไปทั่ว”

 

“เก็บเรื่องระวังคนไว้เตือนตัวเองเถอะ”  หญิงสาวโอบเอวสามีเอาไว้ เงยหน้ามองพร้อมรอยยิ้มรู้ทัน  “ถึงไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แต่ฉันรู้นะคะว่าคุณรามิเรซเป็นผู้ชายแบบที่คุณชอบ”

 

โรแบร์โตแสร้งทำตาโตเพราะถูกจับได้ ก่อนจะหัวเราะขบขัน “เขาดูดีใช่ไหมล่ะ”

 

“เขาเป็นลูกจ้างของเราแล้ว อย่าไปยุ่งเชียวนะคะ”  เสียงอ่อนลงอย่างออดอ้อน  พร้อมใบหน้าที่ซบลงบนอกกว้าง

ท่อนแขนกำยำช้อนร่างที่กอดอ้อนขึ้นมาและเดินไปยังโซฟา โรแบร์โตลดตัวลงนั่งโดยมีภรรยาอยู่บนตัก เชยคางเธอขึ้นแล้วจุมพิตอย่างรักใคร่ และได้รับการสนองอย่างนุ่มนวลกลับมา...พวกเขาเป็นคู่ที่ดี เพราะมีครบทุกสิ่งที่อีกฝ่ายโหยหา

 

อำนาจและความรวยอาจทำให้หญิงสาวหลายคนยอมเป็นเมียของชายแก่คราวพ่อ...แต่เตียเรรู้สึกว่าได้กำไรมากกว่านั้น เมื่อชายที่อายุมากกว่า 20 ปีตรงหน้า มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยาก...ริ้วรอยและผมขาวไม่ทำให้เขาดูแย่ แต่ช่วยสร้างบารมีเสียอีก รูปร่างแกร่งด้วยมัดกล้ามก็เป็นอีกอย่างที่เธอพอใจ แม้มันจะใหญ่โตเกินไปจนสร้างภาระให้ยามอยู่บนเตียง

 

ส่วนเธอมีทุกสิ่งที่ผู้ชายจะพึงพอใจ....ให้ได้มากกว่าผู้หญิงทั่วไปในบางอย่าง...แถมด้วยบางเรื่องที่เกินคาด จนยึดเจ้าพ่อตรงหน้าเอาไว้อยู่หมัด

 

หลังจากแลกเปลี่ยนความรักกันครู่ใหญ่ เตียเรจึงเป็นฝ่ายถอยออกมา...แรงปรารถนาเป็นเรื่องดี แต่คงไม่เหมาะกับร่างกายของเธอในตอนนี้เท่าไหร่นัก มือได้รูปสางเส้นผมสีดำแซมขาวของสามีอย่างปลอบโยน ลูบไล้ใบหน้าแกร่งเหมือนขอโทษที่ปรนนิบัติไม่ไหว

 

“อารมณ์ค้างเลยที่รัก” เจ้าพ่อใหญ่แกล้งแบะปากจะร้องไห้ แบบที่ไม่มีใครได้เห็นนอกจากผู้หญิงตรงหน้า

 

“ไปหาตัวช่วยอื่นแทนนะคะ”  นิ้วเรียวจิ้มลงบนริมฝีปากสามี แล้วออกคำสั่ง “จะกับผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ แต่ต้องใส่ถุงยางทุกครั้ง”

 

“ได้เลย”  โรแบร์โตเลิกคิ้ว โน้มศีรษะของภรรยาลงมาจูบอีกครั้ง ก่อนจะอุ้มเธอลงจากตักให้นั่งบนโซฟาแทน มือกร้านวางลงบนหน้าท้องนูนโต...แล้วหลับตา

 

ผ่านไปครู่หนึ่ง...เท้าเล็กจ้อยของทารกในครรภ์จึงเหยียดยันหน้าท้องของแม่ขึ้นมาสัมผัสฝ่ามือของพ่อ....

 

...เป็นการรวมกันของครอบครัวเล็กๆ...

 

ลมหายใจแห่งความสุขที่ทอดถอนพร้อมกันดังเฮ้อใหญ่ ทำให้เตียเรและโรแบร์โตหัวเราะออกมา

 

“อย่าลืมคิดชื่อลูกล่ะ” ว่าที่คุณพ่อย้ำเตือน

 

“จะคิดให้ได้เร็วๆนี้ค่ะ” ว่าที่คุณแม่ตอบรับ

 

เจ้าพ่อใหญ่พยักหน้าก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะอยากอยู่กับลูกเมีย แต่ก็มีเรื่องอื่นที่ต้องไปสะสาง “เดี๋ยวว่าจะไปดูที่ติดหน้าผาด้านหลังในเขตเก่าเสียหน่อย ราคาถูกดี”

 

“เผื่อจะปรับปรุงเหรอคะ”  หญิงสาวทำหน้านึกได้ “สองเขตแบ่งกันด้วยทิวสน มองจากบ้านจะเห็นหน้าผาไหมนะ”

 

“ไม่รู้สิ” คนถูกถามตอบตามตรง เขาเดินมากอดแน่นๆอีกครั้ง แล้วผละไปหยิบหมวกสวม เตรียมออกเดินทาง “แล้วจะมาเยี่ยมบ่อยๆ”

 

“อย่าเลยค่ะ ถ้าทำงานไม่สำเร็จไม่ต้องโผล่หน้ามา” เมียสาวยิ้มหวาน ทำท่ากางเล็บขย้ำขู่

 

“แม่เสือร้าย”  โรแบร์โตแยกเขี้ยวกลับ แกล้งชูกำปั้นจะเอาเรื่อง การหยอกเย้าก่อนจากเป็นเรื่องคุ้นเคยของทั้งคู่

 

สามีออกไป ประตูปิดลง เสียงขบวนรถแล่นจาก...บ้านเป็นของเธอเพียงคนเดียวแล้วตอนนี้...

 

เตียเรฮัมเพลงขณะเดินไปยังห้องนอน สัมภาระส่วนใหญ่ถูกลูกน้องยกมาไว้ในนี้อย่างรู้งาน เธอมองหากระเป๋าเดินทางใบเขื่องที่ต้องการก่อนจะเข็นออกไป และหยุดตรงหน้าบันไดไปชั้นสอง

 

ปลายนิ้วใส่รหัส 8 หลักอย่างคล่องแคล่ว ปลดล็อกและดันฝาให้เปิดกว้าง...ใช้ฝ่ามือลูบของด้านในอย่างทะนุถนอม....มีหลายชิ้นที่เธออยากนำออกมาวางให้พร้อมใช้ แต่เรื่อง ‘ประดับบ้าน’ คงต้องยกไปคราวหลัง เพราะขืนชักช้าจะไม่ทันการณ์

 

เลือกอยู่อึดใจ สุดท้ายก็คว้าเอา ‘แม่สาวงาม’ 516 BSAK ด้ามไม้สีชมพูมุกติดลำกล้องเก็บเสียงขึ้นมาถือ.... หัวเราะเบาๆ เมื่อพบว่ากล้องส่องและแว่นกันลมซึ่งเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกไม่ได้เก็บอยู่ในกระเป๋าเดียวกัน

 

นั่นทำให้ความยากเพิ่มขึ้น....ซึ่งเธอชอบเสียด้วย

 

ขาสองข้างนำพาร่างท้องโตขึ้นบันไดไปดาดฟ้า ย่างก้าวยังแข็งแรงมั่นคง แต่รู้ดีว่าอีกไม่นานคงเดินคล่องแคล่วแบบนี้ไม่ไหว ลูกคือส่วนหนึ่งของร่างกาย และเธอจะไม่ฝืนขีดจำกัดของตัวเองเด็ดขาด

 

เมื่อพ้นส่วนหลังคาของดาดฟ้าออกมา ลมหนาวของเวนเลสก็ปะทะผิวอย่างจัง ...เตียเรเดินไปยังขอบตึกด้านหน้า...มองฝ่าทิวสนที่เป็นอุปสรรคธรรมชาติเพื่อมองหาเป้าหมาย เปลี่ยนตำแหน่งยืนสองสามครั้งก็ได้จุดที่มองลอดไปยังหน้าผาได้....ขบวนรถที่จอดเรียงแถวอยู่ใกล้สระน้ำเก่า บอกว่าเธอมาถึงทันเวลา จากดาดฟ้าถึงจุดนั้นราวร้อยหลา ต้องเผื่อกระสุนตามระยะและแรงลม

 

มือได้รูปบรรจุกระสุน .223 ลงในแม็กกาซีนเต็ม 3 นัด ปลดปุ่มเซฟท้ายโครงปืน และหมุนปิด Muzzle Break (อุปกรณ์ลดแรงสะท้อน) เพราะไม่ต้องการให้วิถีกระสุนคลาดเคลื่อน....กำลังแขนของเธอไม่จำเป็นต้องพึ่งอุปกรณ์ก็ต้านแรงถีบของปืนซุปเปอร์สไตรค์เกอร์ได้สบาย กะทัดรัดถือง่าย แต่กระสุนให้อนุภาพเท่าไรเฟิล

 

เสียเวลาไปราว3นาทีเพื่อเตรียมปืน หันกลับมาอีกทีกลุ่มคนในรถออกมายืนเรียงรายใกล้หน้าผา...ชาย 4 คนช่วยกันหามกระสอบใบหนึ่ง...ดูเหมือนนอกจากส่งเมียแล้วโรแบร์โตจะพกศพมาทิ้งด้วย ศพกับเหวหมอกของเวนเลส ไม่มีที่ไหนเหมาะไปกว่านี้

 

เตียเรหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นเป้าหมาย....นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาคมกริบขึ้น...ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนค้ำหัวดูเล็กจ้อยเมื่อห่างออกไป

 

ศีรษะของสามีคือเป้าเล็งของภรรยา

 

ตาย-ไม่ตาย  ไม่พลาด-พลาด

 

ความกระหายสังหาร เร่งเร้าให้เอาเดิมพันใส่ปลายกระสุน

 

เธอคือลูกสาวของตระกูลมัซซา แม้เปลี่ยนมาเป็นซานโตเน่ แต่ความบ้าคลั่งของสายเลือดยังขุ่นข้น... ความกระหายของเธอมีเวลาสนองอันจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงครั้งนี้เป็นการกำหนดอนาคตของสองตระกูล...

 

มือซุ่มยิงจะไม่ใช้ปลายนิ้วเหนี่ยวไก แต่ใช้ข้อนิ้วเพื่อกันความคลาดเคลื่อน  หัวใจเต้นระรัวกว่าเดิมเมื่อสอดนิ้วเข้าช่องไก...หัวใจดวงเล็กในท้องก็รัวเร็วไม่แพ้กัน

 

แม่กำลังจะฆ่าพ่อ เจ้าตัวน้อยคงฟ้องอย่างนั้น

 

เตียเรยิ้มบาง...ลดมือซ้ายลงไปวางบนหน้าท้อง...ปลอบประโลมลูกน้อยและลดความตื่นตระหนกให้ตนเอง

 

ถ้าเป็นลูกแม่ต้องเข้าใจ

 

เสียงระรัวในอกและท้องสงบลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นจังหวะสม่ำเสมอ  สองมือประคองปืนขึ้นระดับสายตา...เป้าหมายเป็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว ไม่รีบอาจพลาดไปตลอดกาล...โรแบร์โตใช้มือขวาจับหมวกเอาไว้ไม่ให้ปลิว...เตียเรใช้หมวกนั้นเป็นจุดหมาย

 

ลมจากหุบเหวพัดสวนตลอดเวลา เพราะรีบขึ้นมาบนดาดฟ้าจึงไม่ได้รวบผมให้เรียบร้อยดี ลอนผมสีดำเงาจึงสะบัดราวกับคลื่นทะเลคลั่ง

 

เมื่อนัยน์ตาขวาและศูนย์เล็งตรึงแน่นอยู่ที่เป้าหมาย จึงสูดลมหายใจให้ลึก แล้วปล่อยออกจนปอดไร้อากาศ...รักษาสภาพให้นิ่งที่สุด

 

ห่าฝนสาดใส่ใบหน้า....เม็ดน้ำพุ่งชนจนเจ็บปร่า แต่เปลือกตาไม่แม้แต่ขยับ

 

อึดใจหลังจากนั้น จึงเหนี่ยวไกลั่นกระสุน

 

 

 

เหมือนเวลาที่หยุดถูกกระชากให้เดินต่อ เตียเรสำลักพรวดเพราะน้ำฝนที่เข้าจมูก มือขวาลดปืนแนบข้างต้นขาเอาไว้ มือซ้ายปาดเช็ดใบหน้า เปิดเปลือกตาที่กลบน้ำขึ้นมองผลลัพธ์

 

ตาย-ไม่ตาย  ไม่พลาด-พลาด

 

หมวกที่ใช้เป็นเป้าเล็งหายไป...

 

เหลือแต่ศีรษะที่มีผมดำแซมขาวยังคงอยู่

 

รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากอิ่มที่ชักจะซีดลงด้วยความหนาว หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น...เตียเรรู้สึกอยากร้องไห้....เธอไม่ได้เสียใจ แต่ดีใจเสียจนจุกอกในฝีมืออันแม่นยำของตัวเอง และความดวงแข็งของโรแบร์โต...คนอย่างนี้สิถึงจะคู่ควรเป็นสามีของเธอ เพราะเขาเป็นแบบนี้ถึงตอบสนองความบ้าคลั่งของเธอได้

 

ความกระหายสังหารหลุดลอยไปไกล ความเต็มตื้นใจจะอยู่ไปอย่างน้อยเป็นเดือน...

 

พร้อมๆกับอีกปัญหาที่จบลงไป....ก่อนหน้าไม่นาน ผลอัลตราซาวด์บอกว่าลูกในท้องของเธอเป็นเพศชาย สองตระกูลต่างต้องการทายาทคนนี้ และเธอตัดสินให้แล้ว

 

พ่อไม่ตาย ลูกชายมีชื่อสกุลว่าซานโตเน่

 

ชื่อหน้าไว้คิดทีหลังได้...ชื่อของสายเลือดต่อท้ายต่างหากสำคัญที่สุด

 

ตั้งชื่อลูกของคุณเสร็จแล้ว...เตียเรกระซิบบอกสายลมไปแบบนั้น

 

0-0-0-0-0-0-0-0-0

 

อยู่ดีๆหมวกที่สวมอยู่ก็กระเด็นจากหัวตกลงไปในเหวลึก...จะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากทิศที่หมวกพุ่งลงไป ไม่สวนกับกระแสลมที่พัดเข้ามา

ลูกน้องหลายคนโวยวายอย่างตกใจ พุ่งเข้าคุ้มกันนายเหนือหัวทันที

 

โรแบร์โตหัวเราะลั่น เล่นเอาหลายคนคิดว่าเจ้านายตกใจจนบ้าไปแล้ว เจ้าพ่อใหญ่ตะโกนบอกว่าไม่เป็นอะไร ไม่มีอะไรต้องกังวลใจทั้งนั้น

 

‘นี่ฝีมือเมียฉัน’

 

ลูกน้องที่เพิ่งทำงานไม่ถึง 5 ปียังตกตะลึงและไม่เข้าใจ ส่วนพวกที่ทำงานมานานกว่านั้น ‘เริ่มจำและทำใจได้’ พวกเขาตบหลังตบไหล่รุ่นน้องอย่างผู้มีประสบการณ์มาก่อน

 

มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก

 

โรแบร์โตเรียกทุกคนให้ขึ้นรถกลับ....และจับสังเกตเห็นแววตาของลูกน้องรุ่นหลัง เขาเดินเข้าไปในกลุ่มนั้น บอกว่าอีกซักพักก็จะชินไปเอง พร้อมชี้แผลเป็นที่พาดยาวบนหน้าผาก

 

‘นี่ก็ฝีมือเมียฉัน’

 

0-0-0-0-0-0-0-0-0

TBC

รูป 'แม่สาวงาม' ของเตียเร Savage Mod. 516 BSAK Super Striker 223cal.

 ที่เคยเห็นสีชมพูมุกสวยกว่านี้อีกค่ะ กระบอกนี้ท่าจะเก่า

 

สรุป

- เตียเรย้ายอยู่เวนเลส เพราะต้องการหลบมาคลอดลูก

- ว่าจ้างคุณยามกัสปาร์(ที่ชอบเขย่าขา~) ให้คอยดูแลแบบห่างๆ

- โรแบร์โตกลับไปอิตาลี นานๆทีจะมาหา

- หรือมาให้เมียส่องกบาลแก้เซ็งก็ไม่รู้....

- เตียเรรักสามีแน่นอน แต่ก็ชอบใช้เขาเป็นเหยื่อ เพราะมันตื่นเต้นที่สุดไงล่ะ

- ถ้ายิงพลาดโดนกบาลสามีก็คงจะร้องไห้เป็นเผาเต่า...เพราะไม่มีเหยื่อที่รักขนาดนี้แล้ว (เวร...)

- บุคลิกเตียเร ก็เหมือนแม่บ้านทั่วๆไป ยกเว้นตอน 'ของขึ้น' ล่ะค่ะ ,,- -,,

 

ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ และขอบคุณสต๊าฟที่ทำให้มาโชกับลูกสาวได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ค่ะ Surprised

 

มาโช View my profile

Favourites